วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2564

นายอำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรม “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

นายอำเภอบ้านนาเดิม จัดกิจกรรม
“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”


เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2564 ณ บ้านหนองหญ้าปล้อง หมู่ที่ 2 ต.นาใต้ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ นายอำเภอบ้านนาเดิม ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา...น้อมนำพาสังคมเป็นสุขและกิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ปลอดจากยุงลาย 


ผู้ข้าร่วมกิจกรรมรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ผืนแผ่นดิน และจะน้อมนำพระราโชบายไปปฏิบัติตนเป็นจิตอาสาพร้อมทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจและจะร่วมกันสร้างความรักความสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท์และร่วมกันทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมีจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 150 คน กิจกรรมมีดังนี้
- กิจกรรมทำความสะอาดและเก็บขยะ บริเวณสองข้างถนน ภายในหมู่บ้าน
- กิจกรรมรณรงค์และกำจัดลูกน้ำยุงลาย
ทั้งนี้ อ.บ้านนาเดิม ได้ดำเนินการมาตราการป้องกันไวรัสโคโรน่า 2019 อย่างเคร่งครัด






 ...
ติดต่อกอง บก.ข่าว "เมืองคนดีนิวส์ On Line" 
โทร. 084 940 2289
https://www.facebook.com/MKDsurat/
https://www.facebook.com/groups/oksurat/

ติดต่อกอง บก.ข่าวภาคสนาม ถ่ายทอดสด "สุราษฎร์ LIVE สด"  โทร. 091 826 9901
https://www.facebook.com/SuratLiveSod/

#ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์   #เมืองคนดีนิวส์OnLine #สุราษฎร์LIVEสด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2564

อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี รณรงค์จัดกิจกรรม Big cleaning day

อำเภอชัยบุรี รณรงค์จัดกิจกรรม
Big cleaning day เพื่อควบคุมโรค Covid-19

    เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2564 นายสุกิจ มีพริ้ง นายอำเภอชัยบุรี ได้เปิดการรณรงค์จัดกิจกรรม Big cleaning day เพื่อควบคุมโรค Covid-19 ของอำเภอชัยบุรี ซึ่งกำหนดแผนระหว่างวันที่ 11-14 มกราคม 2564 โดยทางอำเภอได้มอบนโยบายให้เครื่อข่ายบริกรสุขภาพอำเภอชัยบุรี ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และ อสม. รณรงค์จัดกิจกรรม Big cleaning day ในโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
และศาสนสถาน พร้อมกันทั้งอำเภอ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรด COVD-19 


ดำเนินการในโรงเรียน 7 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 4 แห่งศาสนสถาน 6 แห่ง และ อบต.คลองน้อย 1 แห่ง ดังนี้ ศพศ.วัดสมัยสุวรรณ, วัดสมัยสุวรรณ, โรงเรียนบ้านบางหอย, วัดบางหอย, โรงเรียนบ้านปลายศอก, สำนักสงฆ์บ้านปลายศอก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคลองน้อย อบต.คลองน้อย, โรงเรียนบ้านควนสระ, ศพด. วัดถ้ำหอม, วัดถ้ำหอมธรรมาราม, โรงเรียนบ้านบางปาน, ศพด. บ้านคลองพังกลาง, ร.ร. วัดคลองพังกลาง, สำนักสงฆ์บางน้ำอุ่น, วัดควนสูง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 173 คน







 ...
ติดต่อกอง บก.ข่าว "เมืองคนดีนิวส์ On Line" โทร. 084 940 2289
https://www.facebook.com/MKDsurat/
https://www.facebook.com/groups/oksurat/

ติดต่อกอง บก.ข่าวภาคสนาม ถ่ายทอดสด "สุราษฎร์ LIVE สด"  โทร. 091 826 9901
https://www.facebook.com/SuratLiveSod/

#ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์   #เมืองคนดีนิวส์OnLine #สุราษฎร์LIVEสด

 

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ครม.ไฟเขียว ! ลดเงินสมทบประกันสังคม 3 เดือน

ครม.ไฟเขียว ! ลดเงินสมทบประกันสังคม 3 เดือน
สู้โควิด-19 รอบใหม่

ไฟเขียว! ลดเงินสมทบประกันสังคม 3 เดือน สู้โควิดรอบใหม่
.ผู้ประกันตนและนายจ้าง ฟังทางนี้…
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนและนายจ้าง ครม. มีมติปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

🔷 ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 64
ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ เป็นเวลา 3 เดือน
จากเดิม 5% เหลือ 3% ของค่าจ้างผู้ประกันตน
ลดอัตราเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 และรัฐบาลส่งเงินสมทบเท่าเดิม คือ 2.75%
รัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33

ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 ลดอัตราเงินสมทบ จากเดิมเดือนละ 432 บาท เหลือ 278 บาท
นายจ้างและผู้ประกันตน จ่ายเงินสมทบฝ่ายละ 1.85%
จ่ายเงินสมทบ เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทน
กรณีประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และคลอดบุตร
รัฐบาลปรับเป็น 1.45% ฝ่ายละ 1.05%

กรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ
จ่ายเงินสมทบ เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทน
กรณีว่างงาน นายจ้างและผู้ประกันตน จ่ายเงินสมทบฝ่ายละ 0.1% รัฐบาลปรับเป็น 0.25% รัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตน ตามมาตรา 33

🔷 ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 64 เป็นต้นไป
กรณีว่างงาน นายจ้างและผู้ประกันตน จ่ายฝ่ายละ 0.5%
กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และคลอดบุตร ฝ่ายละ 1.5%
กรณีสงเคราะห์บุตร และชราภาพ รัฐบาลจ่าย 0.25%
นายจ้างและผู้ประกันตน จ่ายฝ่ายละ 3% รัฐบาลจ่าย 1%
. .
#ไทยคู่ฟ้า #รวมไทยสร้างชาติ
🔖 การลดอัตราเงินสมทบนี้ จะส่งผลดีต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง ช่วยให้ผู้ประกันตนนำเงินไปใช้จ่ายเสริมสภาพคล่อง และช่วยให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบลดลง 7,412 ล้านบาท ได้ประมาณคนละ 460 - 900 บาท คิดเป็นมูลค่า 8,248 ล้านบาท
👍LINE : ไทยคู่ฟ้า (@thaigov)
-------------------
👍Website : www.thaigov.go.th
👍Facebook/Twitter : ไทยคู่ฟ้า
👍YouTube : ไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

อ้างอิงที่มาของข่าว : https://www.facebook.com/1494662884151960/photos/a.1496399397311642/2897005063917728/

ติดต่อกอง บก.ข่าว "เมืองคนดีนิวส์ On Line" https://www.facebook.com/MKDsurat/ โทร. 084 940 2289 https://www.facebook.com/groups/oksurat/ โทร. 091 826 9901 #ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์ #เมืองคนดีนิวส์OnLine #สุราษฎร์LIVEสด #SURATLIVESOD


วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ผวจ.สุราษฎร์ธานี แถลงข่าวพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรก 

#ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์  #ชีพจรสุราษฎร์  #SuratNews #MKDtv


เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.63  ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 คน นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี แพทย์หญิงจินตนา ศรีสมปอง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี นายแพทย์ปณิธาน สื่อมโนธรรม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี  ร่วมแถลงข่าว  กรณีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย  เป็นชายไทยอายุ 53 ปี  มีประวัติเดินทางไป-กลับตลาดทะเลไท จังหวัดสมุทรสาคร  ถือเป็นผู้ป่วยรายที่ 1 ระลอกใหม่ แต่ไม่มีอาการ


นายวิชวุทย์ กล่าวว่า จากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จังหวัดสมุทรสาคร ทาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ติดตามตรวจสอบผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม จำนวน 20 คนเป็นพม่า 13 คน คนไทย 7 คนผลปกติ วันที่ 21 ธันวาคม จำนวน 33 คน พม่า 22 คน คนไทย 11 คน ผลปกติ วันที่ 22 ธันวาคม จำนวน 105 คน พม่า 40 คน คนไทย 65คน ที่ติดต่อกับจ.สมุทรสาคร ผลปกติ 104 คนและพบผลเป็นบวก 1 คน เป็นชายไทย อายุ 53 ปี พนักงานขับรถส่งกุ้งไปที่ จ.สมุทรสาคร ถือเป็นรายที่ 1 ของ จ.สุราษฎร์ธานี ในการระบาดระลอกใหม่





นายแพทย์กู้ศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ชายดังกล่าวขับรถเดินทางไปส่งของ ไป-กลับที่ตลาดทะเลไท แวะบ้านที่ อ.พุนพิน วันที่ 8 ธันวาคม ขับรถไปรับกุ้งที่ อ.กาญจนดิษฐ์ เดินทางไปส่งที่ตลาดทะเลไท อีกครั้งและวันที่ 9-11ธันวาคม อยู่ที่ตลาดทะเลไท พอวันที่ 12 ธันวาคม จึงเดินทางกลับสุราษฎร์ธานี ต่อมาวันที่ 13 ธันวาคม ขับรถไปส่งวัสดุก่อสร้างที่แพแห่งหนึ่งใน อ.เมืองสุราษฎร์ธานี วันที่ 14-20 ธันวาคม ไปขึ้นของที่นากุ้ง อ.กาญจนดิษฐ์ เดินทางไปส่งกุ้งที่ จ.ระนอง ไป-กลับทุกวัน กระทั่งวันที่ 21 ธันวาคม เข้ารับการตรวจเชื้อโควิดที่โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ แต่ยังไม่มีอาการ จนวันที่ 22 ธันวาคม จึงพบเชื้อโควิด 
นายแพทย์กู้ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้มีผู้สัมผัสทั้งหมด 21 ราย มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 11 ราย ครอบครัวเดียวกัน 2 รายแม่และลูกชาย ไม่มีอาการป่วย ผู้ร่วมงาน 7 รายเป็นนายจ้าง 1 รายและเพื่อนร่วมงาน 6 รายไม่มีอาการป่วย ผู้โดยสารในรถคันเดียวกัน 2 รายไม่มีอาการป่วย ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดความเสี่ยงต่ำ 10 ราย เป็น ผู้สัมผัสร่วมงาน(นายจ้าง) 1 ราย ไม่มีอาการป่วย อยู่ระหว่างรอผล และบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสกับผู้ป่วยอีก 9 ราย ไม่มีอาการป่วย โดยผู้ติดเชื้อรายนี้พักรักษาในห้องความดันลบโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ไม่มีอาการ โดยต้องกักตัวไว้รอดูอาการจนครบกำหนด 10 วัน
ด้านนายวิชวุทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนที่พบว่า มีกลุ่มเสี่ยงใดที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่มผู้หญิงเอ็นเตอร์เทนต์(เด็กN)ไปร่วมงานที่เกาะลันตา จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดได้ติดตามมาตรวจครบทั้ง 10 คนแล้ว พร้อมกันนี้ ทางจังหวัดได้ใช้มาตรการเชิงรุกตั้งจุดตรวจใน 8 อำเภออย่างเข้มข้น รวมทั้ง ให้แรงงานจังหวัดลงพื้นที่ตรวจกลุ่มแรงงานต่างด้าวห้ามมีการเคลื่อนย้ายใดๆ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกมาตรการเร่งด่วน เพื่อเข้มงวดการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19  ประกอบด้วย การขอความร่วมมือห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า-ออก จากพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะประชาชนขอให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากที่พัก ล้างมือหรือใช้แอลกอฮอล์หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ และเว้นระยะห่างระหว่างกัน 
รวมถึง ขอความร่วมมืองดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก เช่น งานปีใหม่ กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี งานวันเด็ก กิจกรรมกีฬา และการจัดเทศกาลต่างๆ  และมาตรการเชิงรุกตั้งจุดตรวจจุดคัดกรอง ใน อำเภอ ที่เป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดที่มีการสัญจรไปมาคับคั่ง ประกอบด้วย อ.ท่าชนะ อ.เคียนซา อ.บ้านตาขุน อ.เวียงสระ อ.ดอนสัก อ.เกาะสมุย อ.เกาะพะงัน ซึ่งรวมถึงท่าอากาศยานสมุย ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า พร้อมจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วทุกอำเภอ 
นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เน้นย้ำว่า ประชาชนต้องไม่ประมาทในการใช้ชีวิต ขอให้ช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เราต้องช่วยกัน เพื่อฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน ส่วนมาตรการเพิ่มเติมต่างๆ จังหวัดขอรอผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันพรุ่งนี้ก่อน



นายอำเภอบ้านนาเดิม พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ดำเนินมาตรการคัดกรองให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

#ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์  #ชีพจรสุราษฎร์  #SuratNews #MKDtv

วันที่ 21 ธ.ค. 63 นายจักรกฤษณ์  ฝั่งชลจิตร์ นายอำเภอบ้านนาเดิม/ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฯ พร้อมด้วย สาธารณสุขอำเภอ, สภ.บ้านนาเดิม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สมาชิกกองร้อย อส.อ.บ้านนาเดิม ที่ 13 และชุดเคลื่อนเร็วอำเภอ  ลงพื้นที่ตรวจสอบ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ แก่ผู้ประกอบการ ร้านค้า ตลาดนัด ฯลฯ ในพื้นที่ตำบลบ้านนา กรณีปรากฎข่าวสารว่ามีแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวนมาก และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 







ห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว และให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการคัดกรองเชิงรุกให้ครอบคลุมทุกพื้นที พร้อมทั้งขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการติดตามเฝ้าระวังค้นหากลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในความรับผิดชอบ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ประชาชนทราบเพื่อป้องกันการตื่นตระหนก


วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงแรงงานประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบเสื้อผ้าให้แก่ผู้ใช้แรงงานในพื้นที่

#ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์  #ชีพจรสุราษฎร์  #SuratNews #MKDtv


วันที่ 5 ธันวาคม 2563 วันพ่อแห่งชาติ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงแรงงานประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยการนำเสื้อผ้าใช้แล้วสภาพดี จำนวนประมาณ 500 ชิ้น ไปมอบให้แก่ผู้ใช้แรงงาน บริษัท โปรดักส์ฟูดส์ จำกัด ซึ่งได้ร้บผลทบจากวิกฤติน้ำท่วม










 ดีป้า ร่วมกับสภาอุตสาหกรรม จ.พังงา 

สนับสนุนใช้เทคโนโลยี ยกระดับเกษตรกร เพิ่มผลผลิต รายได้

#ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์  #ชีพจรสุราษฎร์  #SuratNews #MKDtv

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จับมือสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงาส่งเสริมเกษตรกรภาคใต้ ผ่านมาตรการคูปองดิจิทัล

วันพุธที่ 2 ตุลาคม 2563 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา สนับสนุนการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับเกษตรกร เพิ่มผลผลิตลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย 

ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า ดีป้า ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการผลิตด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ผ่านคูปองดิจิทัลเพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (depa mini Transformation Voucher) โดยร่วมมือกับเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการดิจิทัล (Digital Provider) ในโครงการที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานฯ เพื่อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะสามารถเข้าถึงดิจิทัลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเกิดความมั่นใจในการได้รับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้มาตรฐาน เหมาะสมกับบริบทของตนเอง สามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนเปิดโอกาสในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายได้อีกทางหนึ่ง

​ทั้งนี้ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีมติเห็นชอบ “โครงการพัฒนาและเกษตรกรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล” จากหน่วยงานร่วมดำเนินงานในภาคใต้ โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา เพื่อตอบสนองภารกิจดังกล่าว จำนวน 450 คูปอง ครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดพังงา สุราษฎร์ธานี และยะลา มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการเกษตร และเกษตรกรในภาคใต้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างมีศักยภาพ

​ด้าน นายชัยยันต์ ใจเย็น ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมพังงา มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมจัดโครงการในครั้งนี้ สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรในภาคใต้ยกระดับการบริหารจัดการด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในกลุ่ม Software Hardware Smart Devices และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สร้างความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการในกระบวนการภายในของธุรกิจ ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับธุรกิจเกษตรกรในภาคใต้ และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัล หรือวิสาหกิจชุมชนด้านดิจิทัลในประเทศ เพื่อให้เกิดกลไกหมุนเวียนในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป



วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

จังหวัดสุราษฎร์ฯ และหลายจังหวัดภาคใต้ ระวังคลื่นลมอ่าวไทยแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร

  •  คลื่นลมอ่าวไทยแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร
  • เรือเล็กงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ธ.ค. 63




ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา

เรื่อง ฝนตกหนักและคลี่นลมแรงบริเวณภาคใต้

ฉบับที่ 3 (296/2563)

(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2563 จนถึงวันที่ 3 ธ.ค. 2563)

มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีตังนี้ 


ในช่วงวันที่ 30 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ภาคใต้ : จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล


ในวันที่ 3 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักบางแห่ง

ภาคใต้ : จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2-3 มตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัตระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ธ.ค. 63


จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http:/mww.tmd.goth หรือ

สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17.00 น.


วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

การแพ้โปรตีนในยางธรรมชาติ ทางออกเพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ยางธรรมชาติ

สัมมนาเรื่อง “การแพ้โปรตีนในยางธรรมชาติ ทางออกเพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ยางธรรมชาติ”

#ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์  #ชีพจรสุราษฎร์  #SuratNews #MKDtv

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 63 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) จัดสัมมนาเรื่อง “การแพ้โปรตีนในยางธรรมชาติ ทางออกเพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ยางธรรมชาติ” ณ โรงแรมบรรจงบุรี จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีผู้ร่วมสัมนามากมาย อาทิ นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)  รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผอ.สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และกรรมการการยางแห่งประเทศไทย การสัมมนาในครั้งนี้ก็เพื่อหาคำตอบของทางออกของปัญหาเพราะทางโลกตะวันตกเริ่มไม่ยอมรับถุงมือยางธรรมชาติเพราะถูกมองว่าเป็นถุงมือที่ใช้แล้วมีความเสี่ยงที่จะแพ้ ข้อมูลในการสัมนาครั้งนี้ จะได้เผยแพร่ออกไปว่าถุงมือยางธรรมชาติไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนกลัว อีกทั้งยังอาจจะเพิ่มสัดส่วนตลาดด้วย หากมีการยอมรับในถุงมือยางธรรมชาติ  










....
MKD SURAT NEWS
ติดต่อกอง บก.ข่าว "ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์ " โทร. 084 940 2289
ติดต่อกอง บก.ข่าวภาคสนาม ถ่ายทอดสด "สุราษฎร์ LIVE สด" โทร. 091 826 9901

#ศูนย์ข่าวเมืองคนดีนิวส์ #เมืองคนดีนิวส์ออนไลน์ #สุราษฎร์LIVEสด